การเฝ้าระวังและการจัดการความเสี่ยงต่อสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงเพื่อลดและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษอากาศ

สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 5 ไมครอน (PM2.5)

ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เป็นปัญหาที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปีที่ผ่าน เนื่องมาจากสภาพอุตุนิยมวิทยาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้จนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2566 จะมีสภาพเพดานการลอยตัวอากาศต่ำ สภาวะอากาศที่นิ่ง ลมสงบ รวมทั้งปรากฏการณ์ “ลานีญา” ส่งผลให้แห้งแล้งมากขึ้น รวมทั้ง แหล่งกำเนิดของฝุ่น PM2.5  มีปริมาณเท่าเดิมต่อเนื่องทุกปี ทำให้ปริมาณฝุ่นไม่สามารถระบายออก ได้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง โดยในปีนี้จากการเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2565 – 31 พฤษภาคม 2566 (ณ เวลา 07.00 น.) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ และกรุงเทพมหานคร                 จำนวน 180 สถานี ใน 66 จังหวัด พบว่า ค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง ระหว่าง 2-537 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยมีพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน (ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 58 จังหวัด โดยจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนวันที่ค่า PM2.5 เกินมาตรฐานมากสุด จำนวน 93 วัน (คิดเป็นร้อยละ 34.1 ของช่วงที่เฝ้าระวังจำนวน 273 วัน) รองลงมา ได้แก่ กรุงเทพมหานครจำนวน 89 วัน (ร้อยละ 32.6) และจังหวัดน่าน จำนวน 85 วัน (ร้อยละ 31.1 ของช่วงที่เฝ้าระวัง)

เมื่อพิจารณาปริมาณค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง สูงสุด พบว่า จังหวัดที่มีปัญหา PM2.5 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (PM2.5 มากกว่า 90 มคก./ลบ.ม.ขึ้นไป) จำนวน 34 จังหวัด เมื่อเปรียบเทียบแนวโน้มสถานการณ์ ปี 2565 กับปี 2566 พบว่า ปริมาณค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชม.สูงสุด จำนวนวันที่เกินมาตรฐาน และจำนวนจังหวัดที่มีค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 58.82 (ซึ่งปี 2565 มีจำนวน 14 จังหวัด) ดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 เปรียบเทียบแนวโน้มสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่เสี่ยงสำคัญของประเทศไทย ระหว่างปี 2563-2565

สามารถอ่านเพิ่มเติมตามลิ้งค์ที่แนบ https://1drv.ms/f/s!AtNuL05ye0lxhnSJ6-f5HeCgqFk8?e=M04rHs