บริโภคอาหารปลอดภัยในเทศกาลตรุษจีน

นายแพทย์อรรถพล แก้วสัมฤทธิ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า เทศกาลตรุษจีนปี 2567 ที่ใกล้จะมาถึง ซึ่งตรงกับวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายจีน เพราะเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ มีการไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตและคนในครอบครัว จึงมีการยึดถือปฏิบัติกันมาอยู่ 3 วัน คือ วันจ่าย วันไหว้ และวันเที่ยว กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลตรุษจีน

จึงขอให้คนไทยเชื้อสายจีนที่ต้องออกไปจับจ่าย ซื้อของกิน เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ ยึดหลัก 4 ล. ดังนี้

1) ล.เลือก เลือกซื้อของไหว้ตรุษจีนให้สะอาด ปลอดภัย  ควรเลือกซื้อจากสถานที่ผลิตจำหน่ายน่าเชื่อถือหรือมีเครื่องหมายรับรองจากทางราชการ พิจารณาการเลือกซื้ออาหาร เช่น อาหารสด จำพวกเนื้อสัตว์ต้องเลือกซื้อชิ้นที่มีความสดใหม่ เนื้อแน่น ไม่ยุ่ย สะอาด ไม่มีสีคล้ำ และต้องไม่มีกลิ่นเหม็น เป็ด ไก่ ควรมีเนื้อแน่นสะอาด ไม่มีการทาสีตามตัว ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน เลือกซื้อผักสดผลไม้ที่แน่น สีสดตามธรรมชาติอยู่ในสภาพไม่สะอาดไม่เหี่ยวเฉา ไม่มีร่องรอยเน่าช้ำ หรือขึ้นรา ไม่มีเศษดินหรือคราบสกปรก รวมทั้งคราบสีขาวของวัตถุมีพิษฆ่าแมลงติดอยู่ เลือกขนมที่ไม่มีสีสันฉูดฉาด บรรจุอยู่ในภาชนะห่อบรรจุที่สะอาดไม่มีจุดดำด่างของเชื้อราและต้องไม่มีร่องรอยการแกะมาก่อน ที่สำคัญ ต้องไม่ลืมดูวันหมดอายุก่อนตัดสินใจซื้อ

2) ล.ล้าง ใช้วิธีล้างผักผลไม้ให้สะอาดปลอดภัยด้วย 3 วิธี  ดังนี้ วิธีที่ 1 เหมาะสำหรับการล้างผักจำนวนน้อยให้ล้างด้วยน้ำไหล โดยแช่ในน้ำนาน 15 นาที จากนั้นเปิดน้ำไหลผ่านและคลี่ใบผักถูไปมานาน 2 นาทีวิธีที่ 2 แช่ในน้ำผสมน้ำส้มสายชู 5 เปอร์เซ็นต์ ในอัตราส่วนน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่นาน 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด และวิธีที่ 3 ใช้โซเดียมไบคาร์บอเนต (เบคกิ้งโซดา) ครึ่งช้อนโต๊ะผสมน้ำ 10 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาด ซึ่งจะช่วยลดสารพิษตกค้างในผักผลไม้ได้

3) ล.เลี่ยง เลี่ยงอาหารเสี่ยง การกินดื่ม กินอาหารอย่างหลากหลายในช่วงนี้ จะต้องคำนึงถึงความสะอาดปลอดภัยของอาหาร มีการปรุงประกอบอาหารให้ได้คุณค่าตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด กินอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และปรุงสุกใหม่ๆ ไม่กินอาหารสุกๆ ดิบๆ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ

4) ล.ลด ลดระยะเวลาในการเก็บอาหาร ไม่วางอาหารทิ้งนานเกินไปโดยเฉพาะอาหารที่บูดเสียง่าย มีกะทิ ครีม ไม่ผ่านความร้อน อาหารที่ปรุงสุกแล้วไว้ ณ อุณหภูมิห้องเกินกว่า 2 ชั่วโมง และต้องนำไปอุ่นที่อุณหภูมิ 60 °C ขึ้นไป ก่อนนำมารับประทาน การเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หรืออาหารที่มีความเสี่ยงที่จะเน่าเสียควรเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 °C หรือเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท แยกประเภทอาหาร สุกดิบไม่ปนกัน รวมไปถึงไม่เก็บอาหารไว้นานจนเกินไป ถึงแม้ว่าจะเก็บในตู้เย็นเพราะอาจจะทำให้คุณค่าทางอาหารเสียไป

จากผลสำรวจอนามัยโพล พบว่า กิจกรรมที่ประชาชนทำในเทศกาลตรุษจีน อันดับแรก คือ การไปซื้อของไหว้ในวันจ่าย ที่ตลาดห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้อยละ 37 เมื่อถึงวันไหว้ มีการจัดการของเซ่นไหว้ประเภทเนื้อสัตว์ หลังจากเสร็จพิธีไหว้เจ้า คือ อุ่นร้อนก่อนแล้วค่อยนำมาบริโภค ร้อยละ 58 แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน ร้อยละ 21 และบริโภคทันทีโดยไม่ได้อุ่น ร้อยละ 7 ตามลำดับ ทั้งนี้ กรมอนามัยจึงขอให้ประชาชนใส่ใจความปลอดภัยด้านอาหารเป็นพิเศษ การเลือกซื้ออาหารของไหว้ที่สะอาด ปลอดภัยดีต่อสุขภาพ เลี่ยงอาหารที่มีความเสี่ยงต่างๆ การล้างผักผลไม้ที่ถูกวิธี และเก็บอาหารในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะมีสุขภาพที่ดี ไม่เป็นโรคในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Posted in นานาสาระ, ประชาสัมพันธ์.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *