สถานประกอบการกับวิถีชีวิต New Normal

สถานประกอบการกับวิถีชีวิต New Normal

New Normal คืออะไร?

New Normal คือความปรกติใหม่ หรือฐานวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งหมายถึง รูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ ที่แตกต่างจากอดีตเพราะได้รับผลกระทบจากบางสิ่ง บางเหตุการณ์ จนแบบแผนและแนวทางที่คุ้นเคยเกิดการเปลี่ยนแปลงสู่วิถีชีวิตใหม่ เมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้เกิดความคุ้นชิน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตปรกติ

ที่มาของ New Normal

New Normal ถูกใช้ครั้งแรกโดยบิลล์ กรอส (Bill Gross) ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ชาวอเมริกัน โดยใช้อธิบายสภาวะเศรษฐกิจโลก หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ ในสหรัฐฯ ช่วงระหว่างปี 2007-2009 และถูกนำมาใช้สำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ถดถอยลง และมีโอกาสที่จะไม่กลับมาเติบโตถึงระดับเดิมได้อีก

เทรนด์พฤติกรรมแบบ New Normal

1. การใช้เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ต  เทคโนโลยีควบคู่กับอินเทอร์เน็ตจะเข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตมากขึ้น ที่จากเดิมมีมากอยู่แล้ว แต่ในสังคมยุค New Normal สิ่งเหล่านี้จะเข้าไปอยู่ในแทบทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การเรียนออนไลน์ การทำงานที่บ้าน การประชุมออนไลน์ การซื้อสินค้าออนไลน์ การทำธุรกรรม และการเอ็นเตอร์เทนชีวิตรูปแบบต่างๆ อย่างดูหนัง ฟังเพลง

2. การเว้นระยะห่างทางสังคม  ผู้คนในสังคมจะเห็นความสำคัญของการเว้นระยะห่างที่เป็นแนวทางการใช้ชีวิตช่วงวิกฤติโควิด-19 และจะดำเนินชีวิตแบบนั้นต่อไป โดยรักษาระยะห่างทางกายภาพเพิ่มขึ้น และใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยในการสื่อสารและการใช้ชีวิต ลดการปฏิสัมพันธ์ การไปในสถานที่สาธารณะ และเน้นการทำกิจกรรมที่บ้านมากขึ้น

3. การดูแลใส่ใจสุขภาพทั้งตัวเองและคนรอบข้าง  โดยเกิดความคุ้นชินจากช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ต้องดูแลด้านสุขภาพและความสะอาดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ดังนั้นพฤติกรรมการใช้หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และการล้างมืออย่างถูกวิธี และหมั่นสังเกตตัวเองเมื่อไม่สบายจะยังคงมีต่อไป รวมถึงการหันมาใส่ใจสุขภาพ การออกกำลังกาย และการทำประกันสุขภาพจะมีแนวโน้มมากขึ้น

4. การใช้เงินเพื่อการลงทุน  ยุค New Normal เป็นจังหวะที่ผู้คนยังระมัดระวังการลงทุนใหม่ๆ และลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจยังไม่แน่นอน

5. การสร้างสมดุลชีวิต  การมีโอกาสได้ทำงานที่บ้าน ลดจำนวนวันการเข้าออฟฟิศ หรือการลดการพะปะผู้คนในสังคม แล้วหันมาใช้ชีวิต และทำงานที่บ้าน ทำให้ผู้คนมองเห็นแนวทางที่จะสร้างสมดุลชีวิตระหว่างอยู่บ้านมากขึ้น และจะเป็นแนวทางในการปรับสมดุลชีวิตระหว่างเวลาส่วนตัว การงาน และสังคมให้สมดุลมากยิ่งขึ้น

แนวโน้มชีวิตยุค New Normal

ความเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้คนนั้น ได้มีการสำรวจโดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) สถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ ซึ่งได้เปิดผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง จริตใหม่ประชาชนหลังพ้นโควิด-19 กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,255 ตัวอย่าง ซึ่งผลสรุปบางส่วนออกมา ดังนี้

  • ร้อยละ 86.2 ระบุ สั่งสินค้าเดลิเวอรี่มากขึ้น
  • ร้อยละ 83.7 พูดคุย ติดโลกโซเชียลมากขึ้น
  • ร้อยละ 81.5 ใช้เทคโนโลยีสื่อสาร โซเชียลมีเดียมากขึ้น
  • ร้อยละ 79.8 คุ้นเคยลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ
  • ร้อยละ 79.1 ดูแลสุขภาพตนเองมากขึ้น
  • ร้อยละ 64.2 ดูแลสุขภาส่วนรวมมากขึ้น
  • ร้อยละ 62.6 ศึกษาเล่าเรียนออนไลน์มากขึ้น
  • ร้อยละ 60.6 แต่งกายใช้หน้ากากอนามัยเป็นแฟชั่น ดูดีมีสไตล์มากขึ้น
  • ร้อยละ 56.6 คบหาพบปะผู้คนเฉพาะกลุ่มมากขึ้น
  • ร้อยละ 55.2 ทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) มากขึ้น

5 ปรากฎการณ์ New Normal หลังผ่านพ้นโควิดฯ

1. โลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี  โดยเทคโนโลยีจะค่อย ๆ เข้ามาบทบาทในทุกธุรกิจ เพื่อช่วยในเรื่องการสร้างรายได้ เพิ่มยอดขาย การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งกว่า การทำธุรกิจรูปแบบออฟไลน์ หรือมีหน้าร้านเปิดขายช่องทางเดียวในรูปแบบเดิม ๆ ที่สำคัญ ในบางองค์กร หรือบางบริษัท อาจมีมาตรการปรับลดจำนวนพนักงาน เพราะการเข้ามาของ Ai หรือ “เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์”  ตลอดจน การที่กลุ่มคนทำงานในบางสาขาอาชีพ สามารถ Work From Home หรือทำงานที่บ้านได้ ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ และแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยต่าง ๆ  ทำให้นายจ้างในบางองค์กรมองว่า สามารถลดภาระการดูแลพนักงาน ในขณะที่ธุรกิจยังคงขับเคลื่อนได้ตามปกติ

2.การซื้อขายสินค้าและบริการบนโลกออนไลน์จะเติบโตขึ้นอีกอย่างมหาศาลเพราะทุกคนยังมีความกังวลและตระหนักถึงความไม่ปลอดภัย ในการออกจากบ้านไปชอปปิ้งตามห้างฯ เหมือนเช่นพฤติกรรมปกติที่ทำกันก่อนหน้าโควิด

ซึ่งปัจจุบัน พฤติกรรมจับจ่ายใช้สอยแบบออฟไลน์จะมีความเสี่ยงติดโรคที่สูงขึ้น อีกทั้ง สินค้าจำพวกของสด เช่น เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ จะถูกแปรรูปมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่หันมาสั่งซื้อออนไลน์ โดยการคิดค้นและผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้สามารถเก็บได้นานขึ้น เพื่อให้ End User สามารถสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และนำไปปรุงอาหารทานได้อย่างปลอดภัย

3.จับจ่ายด้วยเหตุผลเหนืออารมณ์และความอยากด้วยเศรษฐกิจโลกไม่ดีอยู่แล้ว ซ้ำร้ายมาเจอพิษโควิดขวิดเข้าใส่อีก ทำให้ประชาชนทั่วโลกต่างรู้ดีว่า ต้องรัดเข็มขัดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม
การเลือกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคและการใช้บริการธุรกิจแต่ละประเภท โดยกลุ่มผู้บริโภคแต่ละคนจะคำนึงถึง เหตุผลและความจำเป็น มากกว่าสนองความต้องการของตัวเอง โดยจะระมัดระวังการจับจ่ายในแต่ละครั้ง นอกจากนี้ ประชาชนจะให้ความสำคัญในเรื่องของเงินออมและการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ มากยิ่งขึ้นเพื่อให้ตนเองได้ประโยชน์มากที่สุด

4.สังคมปลอดเชื้อโดยทุก ๆ สถานที่ทั่วประเทศและทั่วโลกจะถูกเฝ้าจับตามอง การเดินทางเข้า / ออก ข้ามเขต ข้ามเมือง ข้ามประเทศ จะถูกคุมเข้มภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างรัดกุม ซึ่งที่พวกเราไม่เคยพบเจอมาก่อน ธุรกิจที่จำเป็นต้องดึงคนเข้าร่วม เช่น อีเว้นท์ หรือกิจกรรมสาธารณะ ธุรกิจฟิตเนส การเข้าชมคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬา การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ฯลฯ จะต้องการันตีว่า เป็นสังคมปลอดเชื้อ 100% และเราจะรู้สึกได้ว่า ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

5.ทุกอย่างจะส่วนตัวมากขึ้นทั้งในเรื่องไลฟ์สไตล์ หรือการประกอบอาชีพ / การทำธุรกิจ ซึ่งจะไม่มีการรวมกลุ่มถ้าไม่จำเป็น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ซื้อจะสอบถามสินค้าและบริการกับผู้ขาย ผ่านช่องทางสื่อสารออนไลน์ หากพอใจในการตรวจดูสินค้าหรือบริการนั้น ๆ จะสั่งซื้อ รอรับสินค้าหรือบริการที่บ้าน หรือจุดนัดรับ  เพื่อลดความเสี่ยงการเดินทางไปพบปะพูดคุยกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อไวรัส และยังช่วยประหยัดเวลา และสะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย/ทำธุรกิจอีกด้วย

New Normal หลังวิกฤติโควิด-19 กับการปรับตัว

ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ

ขณะที่โควิด-19 กำลังระบาดนั้น ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตของผู้คน แต่ยังส่งผลกระทบให้ธุรกิจ และเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง บางธุรกิจอาจเติบโต เพราะปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่บางธุรกิจอาจทรุดหรือปิดตัวเพราะไม่พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงนั้น แน่นอนว่าเมื่อวิกฤติครั้งนี้ผ่านพ้นไป ย่อมพ่วงมาด้วยความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่เรียกว่า New Normal ซึ่งจะเข้ามามีบทบาท และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวทางและรูปแบบการดำเนินธุรกิจทุกขนาด โดยแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้

  1. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลในธุรกิจมากขึ้นเช่น การซื้อสินค้าและบริการ ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมแนวทางสำหรับการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อทั้งช่องทางออนไลน์ และออฟไลน์
  2. การขายสินค้าแบบอัตโนมัติพร้อมบริการข้อมูลแก่ลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อความรวดเร็วเข้าถึงทุกที่ทุกเวลา
  1. การนำหุ่นยนต์ ยานพาหนะไร้คนขับ หรือโดรนมาให้บริการในธุรกิจต่างๆ เช่น การศึกษา สุขภาพ การแพทย์
  2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการออนไลน์เช่น กลุ่มธุรกิจอีเวนท์ อบรม สัมมนา

ประชาชนคนทำงาน

  1. การรักษาระยะห่างในที่ทำงานคนทำงานที่เปลี่ยนจากการทำงานที่บ้าน และกลับมาเข้าทำงานที่บริษัท ยังคงคุ้นเคยกับการปฏิบัติแบบรักษาระยะห่างเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อไวรัส และยังคงเห็นความสำคัญจากการดูแลสุขภาพในที่ทำงานมากขึ้น
  2. ใช้เทคโนโลยีช่วยทำงานมากยิ่งขึ้นจากการรักษาระยะห่างทางสังคมและการ work from home ที่เคยปฏิบัติจนเคยชิด ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการทำงาน โดยเฉพาะอินเทอร์เน็ต และแอปพลิเคชันต่างๆ เช่นการประชุมงาน การส่งงาน
  3. มีการพัฒนาทักษะผ่านคอร์สออนไลน์ในการทำงานช่วงโควิด-19 ทำให้ผู้คนบางกลุ่มถูกเลิกจ้าง หรือถูกลดเงินเดือน การพัฒนาตัวเองเพื่อให้มีความสามารถ และเป็นผู้เชี่ยวชาญตามที่ตลาดแรงงานยังต้องการจึงมีความสำคัญ ดังนั้นการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ จึงเป็นทางเลือกของชาวออฟฟิศที่ทำให้ได้พั?นาตัวเองพร้อมกับที่ยังทำงานประจำได้อยู่

       

         “New Normal” ในวันนี้อาจเป็นแนวทางในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และจะกลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างปรกติวิธีในอนาคตเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นแล้วในวิกฤติต่างๆ ก่อนหน้านี้ แต่การเตรียมพร้อมและตั้งรับอย่างดียังเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทั้งธุรกิจและชีวิตสามารถดำรงอยู่ได้ไม่ว่าจะมีอีกกี่วิกฤติผ่านเข้ามา

 

 

ที่มา:

1.https://www.flathailand.com/franchise_knowledge_detail.asp?topicid=281

2.https://www.dharmniti.co.th/new-normal/

3.http://www.oic.go.th/FILEWEB/CABINFOCENTER11/DRAWER091/GENERAL/DATA0000/00000923.PDF

 

 

Posted in นานาสาระ.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *